ลำดับพรีเซนต์แบบสั้น กระชับ
ทำไมยิงแอดโซล่าเซลล์น่าสนใจ
พูดสั้น 45 วินาที
“ตลาดโซล่าไม่ใช่แค่เรื่องประหยัดไฟ แต่เป็นเรื่องความมั่นคงค่าใช้จ่ายรายเดือน ลูกค้าเห็นผลเป็นตัวเลข ทำให้ปิดการขายได้ง่ายขึ้นเมื่อเรายิงหาคนที่กำลังสนใจจริงผ่าน Facebook Ads และเริ่มได้ด้วยงบไม่สูง”
ตัวเลขที่ควรพูด
- งบเริ่มทดสอบแอด: 300-500 บาท/วัน
- เป้าหมายต้นทุนต่อแชท (CPL): 35-80 บาท (ขึ้นกับสินค้า)
- เป้าหมาย ROAS เริ่มต้น: 2.0x ขึ้นไป
คำถามค้าน + คำตอบ
| คำถาม | “ลูกค้าตลาดนี้น้อยหรือเปล่า?” |
|---|---|
| คำตอบ | ไม่ได้น้อย แต่กระจาย ต้องใช้ Targeting + คอนเทนต์ให้ตรงปัญหา เช่น ค่าไฟสูง ปั๊มน้ำต้องใช้ไฟทั้งวัน |
| คำถาม | “งบแอดแพงไหม?” |
| คำตอบ | แพงถ้าเริ่มแบบไม่วัดผล แต่ถ้าตั้ง KPI ชัด (CPL, Closing Rate) จะรู้ทันทีว่าควรเพิ่มหรือลดงบ |
รวมช่องทางขายและจุดเด่นจุดด้อย
พูดสั้น 40 วินาที
“ไม่ควรฝากธุรกิจไว้กับช่องทางเดียว แนะนำทำ 3 ช่องพร้อมกัน: Facebook สำหรับหาลูกค้าใหม่, Marketplace สำหรับปิดออเดอร์เร็ว, และ LINE OA สำหรับดูแลลูกค้าเก่า”
แนวทางสู้ราคาจีน สู้คุณภาพแบรนด์ดัง
พูดสั้น 45 วินาที
“อย่าแข่งด้วยราคาล้วน ให้แข่งด้วยความมั่นใจหลังการขาย: การรับประกัน, การให้คำแนะนำจริง, และหลักฐานใช้งานจริงจากลูกค้า เพราะสินค้าพลังงาน ลูกค้าไม่ได้ซื้อของถูกที่สุด แต่ซื้อของที่เสี่ยงน้อยที่สุด”
โครงข้อเสนอ 3 ชั้น
- ชั้น 1: สินค้าหลัก + สเปกชัด
- ชั้น 2: บริการหลังขาย (ตอบไว, เคลมง่าย, มีคู่มือ)
- ชั้น 3: เคสจริงก่อน-หลังติดตั้ง
คำถามค้าน + คำตอบ
| คำถาม | “ทำไมร้านอื่นถูกกว่า?” |
|---|---|
| คำตอบ | ราคาถูกกว่าได้ แต่ต้องเทียบสเปกจริง, การรับประกัน, และต้นทุนเสียเวลาหลังซื้อ |
| คำถาม | “ของจีนใช้ไม่ได้จริงไหม?” |
| คำตอบ | ไม่ใช่ทุกตัว ต้องแยกเป็นเกรดสินค้าและมาตรฐานการรับประกัน |
ช่องทางหาสินค้าและวางไลน์สินค้า
พูดสั้น 40 วินาที
“เริ่มจากสินค้าหมุนเร็ว 3 SKU ก่อน เช่น ไฟโซล่าเซลล์, ปั๊มน้ำโซล่า, อุปกรณ์ประกอบ แล้วค่อยขยายไปชุดใหญ่เมื่อมีข้อมูลยอดขายจริง”
- สินค้าหน้าร้านเร็ว: มาร์จิ้นกลาง แต่เงินหมุนไว
- สินค้าชุด: มาร์จิ้นสูงกว่า แต่ต้องคัดกรองลูกค้า
- OEM/นำเข้า: เหมาะเมื่อยอดนิ่งและมีเงินทุนหมุน
ใช้ AI ช่วยตอบแชทให้เร็วและคุมคุณภาพ
พูดสั้น 40 วินาที
“AI ไม่ได้แทนทีมขาย แต่ช่วยย่นเวลางานซ้ำ เช่น ตอบคำถามเดิม, ส่งสเปก, คัดลูกค้าเบื้องต้น ทำให้แอดมินไปโฟกัสดีลที่มีโอกาสปิดสูงกว่า”
สูตรตั้งราคาและคุมต้นทุนแอด
พูดสั้น 55 วินาที
“ก่อนยิงแอด ต้องรู้ตัวเลข Break-even ก่อนเสมอ: กำไรต่อออเดอร์ และอัตราปิดจากแชทเป็นยอดขาย ถ้าไม่รู้สองตัวนี้ จะเพิ่มงบแบบสุ่มและเสียเงินง่าย”
สูตรใช้บนเวที
- Break-even CPL = กำไรต่อออเดอร์ × อัตราปิดแชท
- ตัวอย่าง: กำไร 450 บาท × ปิดได้ 12% = CPL คุ้มทุน 54 บาท
- เป้าคุมจริง: ยิงให้ CPL ต่ำกว่า 45 บาท เพื่อเหลือกำไร
คำถามค้าน + คำตอบ
| คำถาม | “ยิงแอดแล้วไม่คุ้ม ทำไง?” |
|---|---|
| คำตอบ | แก้ทีละจุด: ครีเอทีฟ → กลุ่มเป้าหมาย → สคริปต์แชทปิดการขาย อย่าปรับทุกอย่างพร้อมกัน |
| คำถาม | “ควรเพิ่มงบเมื่อไหร่?” |
| คำตอบ | เมื่อ CPL ต่ำกว่าเป้าอย่างน้อย 3 วันติด และมีจำนวนแชทพอให้สรุปผล |
แผนเริ่มต้น 7 วัน (พูดปิดการพรีเซนต์)
| Day 1 | เลือกสินค้า 3 SKU และตั้งราคาเป้าหมายกำไร |
|---|---|
| Day 2 | ทำคอนเทนต์ขาย 3 แบบ: ปัญหา, รีวิว, โปรโมชัน |
| Day 3 | ตั้งแคมเปญแอดชุดทดสอบ งบรวม 300-500 บาท |
| Day 4 | ตั้งสคริปต์แชทมาตรฐาน + คำตอบ FAQ |
| Day 5 | อ่านผลแอด: CPL, จำนวนแชท, เวลาได้แชทมากสุด |
| Day 6 | ปิดโฆษณาที่แพงเกินเป้า และเพิ่มงบตัวที่คุ้ม |
| Day 7 | สรุปยอดจริง วางแผนขยายสัปดาห์ถัดไป |
ประโยคปิดท้ายบนเวที
“เราไม่ได้แข่งว่าใครยิงแอดแพงกว่า แต่แข่งว่าใครคุมตัวเลขดีกว่าและดูแลลูกค้าหลังการขายได้ดีกว่า ถ้าทำ 7 วันนี้ครบ คุณจะเห็นภาพชัดว่าธุรกิจนี้ไปต่ออย่างไร”
Checklist 60 วินาทีก่อนพูด
- เตรียมตัวเลขธุรกิจของตัวเองแทนค่าตัวอย่าง (กำไร/ออเดอร์, อัตราปิด, CPL เป้า)
- เตรียมเคสลูกค้าจริง 1 เคส (ก่อนใช้แอด vs หลังใช้แอด)
- เลือก Call to Action เดียว เช่น “เริ่มงบ 300 บาทวันนี้”